นักธุรกิจ นักบริหาร มืออาชีพ

ข้อมูลนักธุรกิจ ข้อมูลนักบริหาร และมืออาชีพทางด้านต่าง ๆ

Tuesday
Feb 07th
Home ผู้บริหารต่างประเทศ

ผู้บริหารต่างประเทศ

Melinda Gates ผู้หญิงหนึ่งแสนล้าน

Melinda Gates ผู้หญิงหนึ่งแสนล้าน

จาก Melinda French ซึ่งเติบโตใน Dallas ในครอบครัวคนชั้นกลางที่ขยันขันแข็ง กลายเป็น Melinda Gates เจ้าของบ้านสุดไฮเทคหลังมหึมาริมทะเลสาบ Lake Washington ซึ่งแต่งงานกับผู้ชายที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา และกำลังบริจาคเงินหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือคนในประเทศกำลังพัฒนา ผ่านมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation ซึ่งมีทรัพย์สินมากถึง 37,600 ล้านดอลลาร์ และนับเป็นมูลนิธิที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทรัพย์สินดังกล่าวของมูลนิธิ Gates รวมถึงเงินบริจาคจำนวน 3.4 พันล้านดอลลาร์ ที่ได้รับจาก Warren Buffett มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของครอบครัว Gates นอกจากนี้ Buffet ยังกำลังจะบริจาคหุ้น B อันมีค่า ของบริษัท Berkshire Hathaway ของเขา จำนวน 9 ล้านหุ้น ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 41,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่มูลนิธิ Gates ในปีต่อๆ ไปด้วย

หากหุ้นของ Berkshire ยังคงมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และสองสามีภรรยา Gates ยังคงบริจาคเงินเข้ามูลนิธิของตนเองต่อไปเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้ว่า ตลอดชีวิตของ Melinda และ Bill Gates พวกเขาคงจะบริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศล เป็นเงินสูงถึงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน มูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation บริจาคเงินไปแล้ว 14,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าที่มูลนิธิ Rockefeller Foundation เคยบริจาคไปทั้งหมดนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1913

หลังจากแต่งงานกับ Bill Gates เมื่อ 14 ปีก่อน และดูแลมูลนิธิที่ตั้งชื่อตามชื่อของพวกเขา Melinda ต้องสละทั้งความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย ความเรียบง่ายและชีวิตปกติสุข Melinda กลัวการปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่เมื่อไม่นานมานี้ เธอต้องต้อนรับรัฐมนตรีสาธารณสุข 4 คนจากชาติแอฟริกา ซึ่งมาเป็นแขกในงาน Malaria Forum ที่จัดขึ้นที่ Seattle โดยมูลนิธิ Bill & Melinda Gates

แบรนด์นี้ชื่อ Obama

แบรนด์นี้ชื่อ Obamaไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ Barack Obama ได้สร้าง “การเปลี่ยนแปลง” ทั้งในโลกการเมืองและธุรกิจ สมดังสโลแกนหาเสียงของเขา

Barack Obama จับการเมืองแบบเดิมๆ มาเปลี่ยนแปลงให้เป็นเกมใหม่ที่แตกต่าง เพื่อคนรุ่นใหม่ที่แตกต่าง และความสำเร็จของเขาในการเปลี่ยนแปลงโลกการเมืองกำลังเขย่าโลกธุรกิจด้วย เช่นกัน

อันที่จริง การเมืองก็คือเรื่องของการตลาดล้วนๆ เป็นเรื่องของการวางแผนและการขายภาพลักษณ์ การกระตุ้นความรู้สึกอยากมีอยากได้ และการจูงใจคนให้บริโภคในที่สุด

การโฆษณาแบรนด์ที่มีชื่อว่า “Obama” อาจนับได้ว่าเป็นกรณีศึกษาระดับโลกที่อาจช่วยชี้ว่า ตลาดอเมริกันหรือแม้แต่ตลาดโลก กำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางใด การที่ Obama เปิดเข้าสู่วิธีการสื่อสารสมัยใหม่ของผู้บริโภคในยุคนี้ และการที่เขาเข้าใจดีว่า ผู้บริโภคในวันนี้ต้องการผลิตภัณฑ์ “ที่เป็นของแท้” รวมทั้งการที่เขาเข้าใจด้วยว่า จำเป็นจะต้องสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในระดับโลก ล้วนแล้วแต่เป็นการส่งสัญญาณอันมีค่าที่นักการตลาดพึงศึกษาไว้ หากไม่ต้องการพ่ายแพ้ในวันพรุ่งนี้

Barack Obama มีคุณสมบัติ 3 ประการที่ทุกคนต้องการให้มีในแบรนด์ของคน ความใหม่ ความแตกต่างและความดึงดูด Obama มีจุดแข็งที่สุดในหมู่คนหนุ่มสาวอายุประมาณ 18-29 อันเป็นตลาดยอดปรารถนาของนักโฆษณา ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกกันว่า millennials หรือกลุ่มคนรุ่นสหัสวรรษ ซึ่งกำลังจะมีจำนวนแซงหน้ากลุ่มคนที่เกิดในยุคเบบี้บูม ภายในอีก 2 ปีข้างหน้าคือปี 2010 คนรุ่นนี้ประกอบด้วยคนทุกสีผิว ดำ ขาว เหลือง น้ำตาล แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีร่วมกันคือ สื่อยุคใหม่ (New Media) เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Network) และความไม่ต้องใจการโฆษณาแบบดั้งเดิมที่ส่งสารจากบนลงล่าง สิ่งเหล่านี้กำลังเชื่อมโยงคนกลุ่มนี้เข้าด้วยกัน มากเสียยิ่งกว่าที่อุปสรรคแต่ดั้งเดิมต่างๆ ที่เคยมีมาอย่างเช่นเชื้อชาติ ได้เคยแบ่งแยกพวกเขาออกจากกันเสียอีก

ปัญหาท้าทายของ Pepsi

ปัญหาท้าทายของ Pepsi Indra Nooyi วัย 52 ปี ก้าวขึ้นจากตำแหน่ง President เป็น CEO คนใหม่ของ PepsiCo เมื่อ 18 เดือนก่อน เธอเป็น CEO ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง Nooyi เป็นคนอินเดียโดยกำเนิด เธอเป็นผลิตผลของวิธีสรรหา CEO แบบครอบครัวของ PepsiCo เธอไม่ยี่หระกับรายได้ ไม่อายที่จะขอความช่วยเหลือ และไม่คิดว่าตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดบริษัทยักษ์ใหญ่จะเป็นตำแหน่งสุดท้ายใน ชีวิต Henry Kissinger อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศผู้โด่งดังของสหรัฐฯ ทำนายว่า Nooyi จะได้เป็นรัฐมนตรี และ Nooyi เองก็ไม่ปิดบังว่า เธอสนใจงานการเมือง

Nooyi มีความเป็นสากลสูงและมีการศึกษาสูง เป็นนักคิดเชิงยุทธศาสตร์ เคยทำงานที่ Boston Consulting Group เธอสนใจตลาดเกิดใหม่อย่างรัสเซียและจีน มากกว่าสงครามแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ กับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Coke เธอสนใจทั้งการเมืองและธุรกิจ Nooyi เป็นมังสวิรัติและชอบพูดถึงความสำคัญของ “สุขภาพที่ดีจากภายใน” เธอไม่ใช่คนที่ใครจะคิดว่า จะมาเป็นผู้บริหารบริษัทที่ผลิตน้ำอัดลมที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและขนมขบเคี้ยว ที่เต็มไปด้วยเกลือ แต่ Nooyi กำลังนำ Pepsi เดินไปในทิศทางที่แตกต่าง เธอยังชอบร้องคาราโอเกะ เล่นกีตาร์ไฟฟ้า และความเป็นคนเอเชียใต้ทำให้เธอมีมุมมองที่กว้างขวางต่อโลก

ตั้งแต่ขึ้นเป็น CEO Nooyi จัดระเบียบ PepsiCo ใหม่ ให้ยึดติดตลาดสหรัฐฯ น้อยลง และขยายโครงสร้างอำนาจของบริษัท ด้วยการเพิ่มจำนวนผู้บริหารเป็น 29 คน ปีที่แล้ว Nooyi ควักกระเป๋า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซื้อบริษัทอย่าง Naked Juice ผู้ผลิตนมถั่วเหลืองและน้ำผลไม้ และสร้างคำขวัญใหม่ "Performance With Purpose" เพื่อเป็นแนวทางของ PepsiCo ยุคใหม่ ในการทำธุรกิจทั้งในและนอกสหรัฐฯ นั่นคือ การผลิตขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลย และไม่มุ่งแต่เพียงผลกำไร หรือใส่ใจเพียงทุกข์สุขเฉพาะพนักงานภายในบริษัท

Alibaba.com ราชาอินเทอร์เน็ตจีน

Alibaba.com ราชาอินเทอร์เน็ตจีน เขาสร้างสถิติใหม่ในการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่ร้อนแรงที่สุดต่อจาก Google และเป้าหมายต่อไปของ Jack Ma ผู้ก่อตั้งและ CEO Alibaba.com คือการก้าวสู่บริษัทระดับโลกแห่งแรกของจีน

เดือนพฤศจิกายน 2550 Alibaba.com เว็บพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) อันดับหนึ่งของจีน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมือง Hangzhou เสนอขายหุ้น IPO มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์หรือ 17% ของหุ้นทั้งหมดที่ตลาดหุ้นฮ่องกง และสร้างปรากฏการณ์เป็นหุ้น IPO ที่ร้อนแรงที่สุด นับตั้งแต่ที่ Google เคยสร้างปรากฏการณ์เดียวกันมาแล้ว เมื่อตัดสินใจเป็นบริษัทมหาชนในปี 2004

บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ซึ่งรวมถึง Yahoo!, Cisco และ AIG ได้เป็นนักลงทุนหลักของ Alibaba ซึ่งก่อตั้งโดย Jack Ma ในขณะที่ความต้องการซื้อหุ้น IPO ของ Alibaba ของนักลงทุนรายย่อย มีสัดส่วนมากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายถึง 257 ต่อ 1

ในวันแรกๆ ของการซื้อขาย ราคาหุ้น Alibaba พุ่งขึ้นเป็น 5.13 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากราคาเปิด ดันมูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งทะลุ 2 หมื่น 6 พันล้านดอลลาร์ กระนั้นก็ตาม การที่ทางการจีนควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด และการที่มีพนักงานเพียง 4,400 คน บวกกับยอดขายปีที่แล้วเพียง 182 ล้านดอลลาร์ Alibaba ก็ยังคงเป็นเพียงกุ้งตัวเล็กๆ ในมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน

แม้ Alibaba.com จะอ้างว่า มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนกับเว็บมากถึง 25 ล้านคน แต่หนังสือชี้ชวนของบริษัทก็เตือนว่า Alibaba เก็บค่าบริการจากลูกค้าเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น และเว็บนี้ต้องพึ่งลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ที่มีจำนวนเพียง 22,000 คน ซึ่งจ่ายเงินซื้อบริการที่เรียกว่า “Gold Suppliers” โดยรายได้จากลูกค้ากลุ่มเล็กๆ นี้มีสัดส่วนถึง 71% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

Yvon Chouinard: ต้นแบบของ “Green Business” ในศตวรรษที่ 21 (ตอนที่ 2)

Yvon Chouinard: ต้นแบบของ “Green Business” ในศตวรรษที่ 21 (ตอนที่ 2)

Patagonia เพื่อสิ่งแวดล้อม

“บนโลกที่ไร้ชีวิต ย่อมไร้ธุรกิจ” (“There is no business to be done on a dead planet.”) เป็นคำกล่าวของ David Brower นักสิ่งแวดล้อมชื่อดัง ผู้ก่อตั้ง The Sierra Club องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งซานฟรานซิสโก และเป็นข้อความที่สลักไว้ที่ประตูทางเข้าของสำนักงานใหญ่ “” ที่ Ventura แคลิฟอร์เนีย เพื่อเตือนใจทุกชีวิตใน Patagonia ถึงจุดมุ่งหมายในการมาทำงาน ณ ที่แห่งนี้

เมื่อกล่าวถึงสิ่งแวดล้อมของโลก Yvon Chouinard มองว่า ตลอดชีวิตของเขา เขาเห็นแต่ความเสื่อมลงของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการการใช้ ชีวิตของมนุษย์ แม้กระทั่งมิตรสหายของเขาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักคิดในด้านสิ่งแวดล้อม ต่างเห็นด้วยกับเขา และเชื่อว่า พวกเรากำลังเผชิญกับการสูญพันธุ์ของมวลมนุษยชาติ

Yvon ยกตัวอย่างจากหนังสือ “The Future of Life” ของ Edward O. Wilson ที่ทำดัชนี “Living Planet” วัดค่าสภาวะของป่าไม้ แหล่งน้ำจืด และระบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทางทะเลของโลก พบว่า “พวกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในวาระสุดท้ายของธรรมชาติ” นอกจากนี้ Wilson ยังกระตุ้นอีกด้วยว่า ในศตวรรษที่ 21 นี้ต้องทำให้เป็นศตวรรษแห่งสิ่งแวดล้อม ภาครัฐบาล ภาคเอกชน และภาควิทยาศาสตร์ต้องร่วมมือกันในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมลง หากไม่เช่นนั้น โลกของเราจะไม่สามารถสร้างทรัพยากรสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่ได้

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้สร้างความหดหู่ใจหรือสิ้นหวังให้แก่ Yvon เลย ตรงกันข้าม เขากลับมีความสุข เขายึดมั่นในหลักพุทธศาสนาที่ว่า “เมื่อมีเกิด ก็มีดับ” ต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ “บางที่สายพันธุ์ของมนุษยชาติกำลังเดินมาถึงจุดจบแล้วก็เป็นได้ เพื่อจะได้เหลือพื้นที่ให้สายพันธุ์ชีวิตรูปแบบอื่น

ที่มีความหวัง มีสติปัญญาล้ำหน้ากว่า และมีความรับผิดชอบมากกว่า ได้ก่อกำเนิด” เป็นความคิด Yvon

Yvon Chouinard : ต้นแบบของ "Green Business" ในศตวรรษที่ 21 (ตอนที่1) กำเนิดของ Patagonia

Yvon Chouinard : ต้นแบบของ

เมื่อ 54 ปีก่อน หนุ่มน้อย Yvon Chouinard วัย 14 ปี เริ่มต้นกิจกรรมปีนเขาเป็นครั้งแรก จากการเข้าร่วมคลับกีฬาฝึกเหยี่ยวให้ล่าสัตว์ (Falconry Club) ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ และเขาค้นพบว่า การปีนเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา จากนั้น Yvon เริ่มออกเดินทางไปทุกๆ ที่มีผาสูงชั้น และเริ่มต้นพิชิตยอดสูงสุด จาก…ผาหินทรายที่ Stoney Point ในหุบเขา San Fernando…Tahquitz Rock ใกล้ Palm Springs ไปจนถึง ผาใหญ่ที่อุทยานแห่งชาติ Yosemite เมื่อถึงตอนนั้น เขาอายุได้ 18 ปี คู่หูปีนเขาในช่วงแรกเริ่มของ Yvon มี Royal Robbins เจ้าของผลิตภัณฑ์เอาต์ดอร์แบรนด์ “Royal Robbins” และ Tom Frost วิศวกรการบิน ซึ่งต่อมากลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของ Yvon ในช่วง 1966-1975

กลุ่มปีนเขาของ Yvon ถือเป็นรุ่นบุกเบิก อุปกรณ์ที่ใช้ในการปีนเขาจึงยังมีไม่มากนักในตลาด และสินค้าเหล่านี้ที่มีอยู่ในตลาดอเมริกาส่วนใหญ่มาจากยุโรป บางอย่างไม่เหมาะกับหินในอเมริกา เช่น หมุดปักของยุโรปมีความอ่อนเกินไปที่จะใช้ปีนผาที่ขรุขระในอุทยาน Yosemite Yvon จึงต้องพึ่งตัวเอง ประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์การปีน ตะขอเกี่ยว เชือกโรยตัว และหมุดปักผา ที่มีความแข็งแกร่งและปลอดภัยให้กับตัวเขาและพวกพ้องที่รักการปีน

Al Gore กลับมาอย่างผู้ชนะ

Al Gore กลับมาอย่างผู้ชนะ

เรื่องราวที่ยังไม่มีใครรู้ของ Al Gore อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้พ่ายแพ้ทางการเมือง แต่กลับมาใหม่อย่างผู้ชนะด้านสิ่งแวดล้อมและทุนนิยมแนวใหม่

หลังจากหันหลังให้แก่การเมืองในปี 2000 Al Gore อาจใช้ชีวิตอย่างนักการเมืองผู้พ่ายแพ้ เขียนบันทึกความทรงจำ รับเชิญไปสอนตามมหาวิทยาลัย ไปกล่าวปาฐกถา หรือร่วมแข่งขันกอล์ฟของกลุ่มผู้มีชื่อเสียงเป็นครั้งคราว

แต่นอกจาก Gore จะไม่ได้เลือกทางเดินชีวิตเช่นนั้นแล้ว เขากลับได้รับความชื่นชมยกย่อง ว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ผู้มองเห็นอนาคตทุกอย่างอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นคำเตือนของเขาเรื่องปัญหาภาวะโลกร้อน ไปจนถึงความไม่สงบในอิรัก

ในวัย 59 ปี Gore ได้รับรางวัลออสการ์ เป็นนักเขียนหนังสือขายดี เป็นตัวเก็งที่จะได้รับรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ และเป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานคอนเสิร์ตระดับโลก รวมทั้งกลายเป็นดาวเด่นในงานแจกรางวัล Grammys ยิ่งกว่านักร้องนักดนตรีจริงๆ

และสิ่งที่คนจำนวนมากอาจยังไม่รู้ Gore ยังกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง รายได้มหาศาลของเขามีส่วนสำคัญที่ทำให้เขากลับมาอย่างผู้ชนะ หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้ง Gore กลายเป็นมหาเศรษฐี นอกจากค่าตัวในการกล่าวปาฐกถาที่สูงถึง 175,000 ดอลลาร์ต่อครั้งแล้ว เขายังเป็นคนวงในของบริษัทที่กำลังร้อนแรงที่สุดแห่งยุค 2 แห่ง Google และ Apple

Wii เขย่าวงการเกม

Wii เขย่าวงการเกม เครื่องเล่นเกมใหม่ของ Nintendo กำลังไล่ทุบคู่แข่งสำคัญอย่าง Sony และ Microsoft ที่สามารถเปลี่ยนจากเกมที่มีความยุ่งยาก ปุ่มยุ่บยับ เหมาะกับผู้ชาย ให้กลายมาเป็นเกมที่เล่นง่ายๆ ดึงดูดผู้เล่น ทุกเพศทุกวัย ให้ออกขยับกายหน้าจอทีวี และยังแพร่หลายไปทั่วโลก

Shigeru Miyamoto กรรมการผู้จัดการอาวุโสของ Nintendo วัย 54 ปี ได้รับการยอมรับว่า มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ซึ่งเปรียบเสมือน Walt Disney ของคนรุ่นนี้ และเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ Miyamoto ยังนักออกแบบวิดีโอเกมที่เป็นตำนานของอุตสาหกรรมเกม ผู้อยู่เบื้องหลังเกมดังอย่าง Donkey Kong, Super Mario, Nintendogs และประดิษฐกรรมล่าสุด เครื่องเล่นเกม Wii ซึ่งกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ในขณะที่ตัวควบคุมการเล่นวิดีโอเกมมักเต็มไปด้วยปุ่มยุ่บยั่บ ชวนให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่นักเล่นเกมรู้สึกสับสนงุนงง แต่รีโมตของ Wii กลับเป็นรีโมตไร้สายและมีตัวจับการเคลื่อนไหว โดยที่ผู้เล่นแทบจะไม่ต้องกดปุ่มบังคับใดๆ เลย นี่รีโมตเครื่องเล่นเกมในฝันของ Miyamoto ซึ่งเขาฝันอยากจะทำให้กลายเป็นจริงมานานหลายปี

และในขณะที่เครื่องเล่มเกมมักจะดึงดูดใจแต่ผู้ชาย แต่ Wii กลับเล่นได้ทุกเพศทุกวัยและในสถานที่ที่นึกไม่ถึง รวมถึงบ้านพักคนชรา บนเรือสำราญ โรงเรียนสหศึกษา และงานเลี้ยงสังสรรค์ Wii ซึ่งมีราคาถูกเพียง 250 ดอลลาร์ ขายได้เดือนละมากกว่า 1 ล้านเครื่อง และกำลังขาดตลาด ไม่ว่าจะไปหาซื้อที่ร้าน Nintendo World ที่ Rockefeller Center ในนครนิวยอร์ก หรือที่เขต Akihabara ในกรุงโตเกียว ศูนย์กลางเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของโลก หรือที่ร้านของ Nintendo of America ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ Seattle

Generation Y ตบเท้าเข้าสู่โลกธุรกิจ

Generation Y ตบเท้าเข้าสู่โลกธุรกิจ Gen Y หรือคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป กำลังเริ่มเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน แต่พวกเขาเป็นพนักงานที่แปลกแตกต่างไปจากพนักงานทั้งหมดเท่าที่โลกเคยมีมา

Generation Y หรือคนที่เกิดระหว่างปี 1977-1995 ซึ่งบางส่วนเติบโตจนเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน กำลังรุกเข้าสู่บริษัททั่วสหรัฐฯ แต่พวกเขาเป็นพนักงานที่แตกต่างไปจากพนักงานรุ่นก่อนๆ ในหลายด้าน นับตั้งแต่การเลี้ยงดูไปจนถึงโลกทัศน์ พวกเขาเฉยเมย น่ารำคาญ ทะเยอทะยาน เรียกร้อง และตั้งคำถามกับทุกสิ่ง หากไม่มีเหตุผลดีพอ อย่าหวังว่า Gen Y จะยอมเสียเวลาเดินทางไปทำงานนอกเวลาหรือยอมทำงานดึก ความภักดีต่อบริษัทของ Gen Y จะอยู่ในอันดับท้ายสุด ในรายการสิ่งที่ให้พวกเขาให้ความสำคัญ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ครอบครัว เพื่อน สังคม เพื่อนร่วมงาน และตัวของพวกเขาเอง

แต่โลกธุรกิจก็ไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องอ้าแขนต้อนรับพวกเขา เพราะคนรุ่นพ่อแม่ของ Gen Y คือรุ่น baby boom หรือคนที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังทยอยเกษียณอายุ โดยจะมี Baby Boom ราว 64 ล้านคนในสหรัฐฯ ที่จะเกษียณอายุในปลายทศวรรษนี้ และถึงแม้โลกธุรกิจจะไม่ต้อนรับพวกเขา พวกเขาก็แค่กลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ ซึ่งดูเต็มใจจะต้อนรับพวกเขากลับบ้านโดยไม่คิดจะดุด่าว่ากล่าวแม้แต่คำเดียว

Gen Y เป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ติดเพื่อน ชอบทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน เสียงดัง มองโลกในแง่ดี และมีรอยเจาะในร่างกายมากกว่า 1 แห่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ Baby Boom ของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญการวิจัยลักษณะของคนแต่ละรุ่นชี้ว่า Gen Y ซึ่งกำลังเข้าสู่วัยทำงาน นับเป็นคนวัยทำงานที่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อย่างดีที่สุดในประวัติ ศาสตร์ของโลก และขณะเดียวกัน ก็กำลังจะเป็นคนวัยทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก เช่นกัน

Gen Y ย่างก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ด้วยข้อมูลความรู้ที่อัดแน่นอยู่ในหัว มากกว่าที่คนวัยยี่สิบรุ่นก่อนหน้าพวกเขาทุกรุ่นเคยมีมา และยังพร้อมมูลด้วยข้อมูลข่าวสารที่มากกว่าเพียงปลายนิ้วสัมผัสในยุค เทคโนโลยีสารสนเทศ พวกเขายังมีความคาดหวังที่สูงยิ่ง แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังสูงสุดและเป็นสิ่งแรก คือตัวของพวกเขาเอง

จากนักเจาะระบบ สู่เจ้าของเว็บชุมชนออนไลน์

จากนักเจาะระบบ สู่เจ้าของเว็บชุมชนออนไลน์

รู้จัก Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook เว็บ Social Networking ที่กำลังโด่งดังสุดขีดแห่งเว็บยุคใหม่ Web 2.0

Mark Zuckerberg ก่อตั้ง Facebook เว็บชุมชนออนไลน์ (Social-Networking Site) ที่กำลังได้รับความนิยมสุดขีดในขณะนี้ เมื่อ 3 ปีก่อน ขณะยังเรียนอยู่ที่ Harvard ก่อนจะลาออกกลางคัน เจริญรอยตาม Bill Gates แห่ง Microsoft เพื่อเป็น CEO ของเว็บชุมชนออนไลน์ที่เขาก่อตั้งขึ้น ด้วยวัยเพียง 22 ปี

ภายในเวลาเพียง 3 ปี เว็บที่เริ่มต้นจากการเป็นเว็บชุมชนออนไลน์สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย กลายเป็นเว็บที่มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียน 19 ล้านคน ซึ่งรวมถึงข้าราชการในหน่วยงานรัฐบาล และพนักงานบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้ เข้าเว็บนี้เป็นประจำทุกวัน และขณะนี้กลายเป็นเว็บที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับ 6 ในสหรัฐ 1% ของเวลาทั้งหมดที่ใช้บน Internet ถูกใช้ในเว็บ Facebook

นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับเป็นเว็บที่ผู้ใช้ Upload รูปขึ้นไปเก็บไว้มากเป็นอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ โดยมีจำนวนรูปที่ถูก Upload ขึ้นไปบนเว็บ 6 ล้านรูปต่อวัน และกำลังเริ่มจะเป็นคู่แข่งกับ Google และเว็บยักษ์ใหญ่อื่นๆ ในการดึงดูดวิศวกรรุ่นใหม่ใน Silicon Valley นักวิเคราะห์คาดว่า Facebook จะทำรายได้ 100 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

Zuckerberg เพิ่งปฏิเสธข้อเสนอซื้อของ Yahoo ซึ่งเสนอซื้อ Facebook ด้วยเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า Viacom เสนอซื้อ Facebook ด้วยเงิน 750 ล้านดอลลาร์ คำถามคือ การตัดสินใจของ Zuckerberg ครั้งนี้ ถูกต้องหรือไม่
ในช่วงไม่ถึง 2 ปีที่ผ่านมา มีเว็บยุคใหม่ที่เรียกว่า Web 2.0 ที่โด่งดัง 2 แห่ง ที่เพิ่งถูกขายให้แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ นั่นคือ MySpace ที่ถูก News Corp ซื้อไปด้วยเงิน 580 ล้านดอลลาร์ และ YouTube ที่ยอมรับเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์จาก Google

  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  Next 
  •  End 
  • »
Page 1 of 2